Make your own free website on Tripod.com
ผู้สูงอายุ


สถานการณ์และปัญหาผู้สูงอายุไทย

การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรที่มีการลดลงของอัตราการเกิดและอัตราการตาย
ทำให้ “ภาวะประชากรสูงอายุ” ในประเทศไทยสูงขึ้น ปัจจุบันมีจำนวนประมาณร้อยละ 9.4
ของประชากรทั้งประเทศ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของประชากรสูงอายุ ทำให้เกิด
ผลกระทบต่อการใช้ทรัพยากรต่างๆ ทั้งในด้านสังคมและสุขภาพ

การเปลี่ยนแปลงทางด้านสังคมและเศรษฐกิจของประเทศมีผลให้เกิดการพัฒนาทางด้าน
สาธารณสุขควบคู่ไปกับทางด้านเทคโนโลยี เป็นผลให้โรคติดเชื้อมีความสำคัญลดลง
ในขณะที่โรคเรื้อรัง โรคทางจิต และอุบัติเหตุมีความสำคัญมากขึ้น ซึ่งผู้สูงอายุไทยส่วนใหญ่
มีปัญหาโรคดังกล่าว ได้แก่ โรคหัวใจ โรคมะเร็ง โรคหลอดเลือดสมอง อุบัติเหตุ โรคเบาหวาน
โรคความดันโลหิตสูง จากการศึกษาของสถาบันเวชศาสตร์ผู้สูงอายุ (พ.ศ. 2544) พบว่า
ผู้สูงอายุไทยมีอัตราการเจ็บป่วยถึงร้อยละ 62.28 นอกจากนั้น ผู้สูงอายุทุก 1 ใน 4 คนมีปัญหาสุขภาพเป็นสาเหตุให้ไม่สามารถทำกิจกรรมที่เคยทำได้ และถือว่า
มีปัญหาภาวะทุพพลภาพระยะยาว

ปัญหาด้านสุขภาพของประเทศไทย คือ ผู้สูงอายุจำนวนไม่น้อยยังมีปัญหาด้านการแพทย์
และสาธารณสุข ไม่มีระบบการบริการโดยชุมชน ในชุมชน ทั้งด้านสุขภาพและสังคมที่เข้มแข็งเพียงพอ นอกจากนั้นกระบวนการให้บริการและช่องทางที่จะเข้าถึงกลุ่มผู้สูงอายุที่มีปัญหายังคงจะต้อง
ได้รับการพัฒนาอย่างเป็นระบบโดยเฉพาะการใช้ช่องทางผ่านระบบสาธารณสุขมูลฐานและ
เครือข่ายอย่างไม่ทางการภายในชุมชน

ผู้สูงอายุร้อยละ 35.4 รายได้ไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงตนเองและครอบครัว โดยเป็นปัญหากับผู้สูงอายุในเขตชนบทมากกว่าในเขตเมือง ซึ่งในกลุ่มผู้สูงอายุที่เคยทำงานและหยุดงานหรือไม่ได้ทำงานประจำมีสาเหตุหลักของการหยุดงาน
มาจากปัญหาทางสุขภาพ โดยร้อยละ 27.8 ยังอยากทำงานและแจ้งว่ายังทำไหว

สวัสดิการสำคัญที่รัฐมอบให้แก่ประชากรสูงอายุไทย คือ การได้รับสิทธิรับการบริการทางสุขภาพ
โดยไม่คิดมูลค่า(ดำเนินการโดยกระทรวงสาธารณสุข)และโครงการเงินอุดหนุนกองทุนส่งเสริม
สวัสดิการผู้สูงอายุในชุมชนหรือโครงการเบี้ยยังชีพ (ดำเนินการโดยกรมประชาสงเคราะห์ กระทรวงแรงงานฯ) ซึ่งเป็นสวัสดิการเพียงสองประการที่มีการปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม สำหรับสวัสดิการเพื่อการเดินทางมีเพียงการรถไฟแห่งประเทศไทยเท่านั้นที่จัดให้มีการลดครึ่งราคา
แก่ผู้สูงอายุที่ใชับริการรถไฟระหว่างเดือนมิถุนายนถึงกันยายน ระยะเวลา 4 เดือน ซึ่งจะเห็นว่าสวัสดิการทั่วไปเพื่อให้หลักประกันด้านการเงิน สุขภาพ การเดินทางที่มีการจัดให้แก่ประชากรสูงอายุไทยมีอยู่อย่างจำกัดและตอบสนองต่อนโยบายของรัฐได้ไม่เท่าที่ควร

อย่างไรก็ตามเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2546 ที่ผ่านมา รัฐบาลได้ประกาศใช้ พระราชบัญญัติผู้สูงอายุ พ.ศ.2546 ซึ่งเป็นผลมาจากการผลักดันกฎหมายเฉพาะเพื่อคุ้มครองปกป้องสิทธิและเอื้ออำนวยต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ

สิทธิของผู้สูงอายุ ตาม พระราชบัญญัติผู้สูงอายุ พ.ศ. 2546

ผู้สูงอายุมีสิทธิได้รับการคุ้มครอง การส่งเสริม และการสนับสนุนในด้านต่างๆ ดังนี้

-การบริการทางการแพทย์และการสาธารณสุขที่จัดไว้โดยให้ความสะดวกและรวดเร็วแก่ผู้สูงอายุเป็นกรณีพิเศษ

-การศึกษา ศาสนา และข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิต

-การประกอบอาชีพหรือฝึกอาชีพที่เหมาะสม

-การพัฒนาตนเองและการมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางสังคม การรวมกลุ่มในลักษณะเครือข่ายหรือชุมชน

-การอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยโดยตรงแก่ผู้สูงอายุในอาคาร สถานที่ ยานพาหนะหรือการบริการสาธารณะอื่น

-การช่วยเหลือด้านค่าโดยสารยานพาหนะตามความเหมาะสม

-การยกเว้นค่าเข้าชมสถานที่ของรัฐ

-การช่วยเหลือผู้สูงอายุซึ่งได้รับอันตรายจากการถูกทารุณกรรมหรือถูกแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบด้วยกฎหมายหรือถูกทอดทิ้ง

-การให้คำแนะนำ ปรึกษา ดำเนินการอื่นที่เกี่ยวข้องในทางคดีหรือในทางการแก้ไขปัญหาครอบครัว

-การจัดที่พักอาศัย อาหารและเครื่องนุ่งห่มให้ตามความจำเป็นอย่างทั่วถึง

-การสงเคราะห์เบี้ยยังชีพตามความจำเป็นอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม

-การสงเคราะห์ในการจัดการศพตามประเพณี

นอกเหนือจากนี้ ตามมาตรา 17 ของ พรบ. ผู้อุปการะเลี้ยงดูบุพการีซึ่งเป็นผู้สูงอายุที่ไม่มีรายได้เพียงพอแก่การยังชีพ ผู้นั้นมีสิทธิได้รับการลดหย่อยภาษี ทั้งนี้ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในประมวลรัษฎากร