Make your own free website on Tripod.com

 

สำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์





ประวัติความเป็นมา

เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม พ.ศ.2463ได้มีประกาศของจอมพลสมเด็จพระเจ้า บรมวงศ์เธอเจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต อุปนายกผู้อำนวยการสภากาชาดสยาม ให้ตั้งกองบรรเทาทุกข์ขึ้น เพื่อช่วยมหาชนทั่วไป ไม่ว่าชาติใด ภาษาใด ซึ่งได้รับความทุกข์ยาก จากอุทกภัย อัคคีภัย และอุบัติภัย ทั้งยามปรกติและยามสงคราม และได้ทรงแต่งตั้งนายพันเอก พระศักดาพลรักษ์ (พลตรีพระยาดำรงแพทยาคุณ) เป็นผู้อำนวยการคนแรก

ในระยะแรกการดำเนินงานของสภากาชาดสยาม แบ่งเป็น 5 กอง คือ
กองโรงพยาบาล
กองวิทยาศาสตร์
กองอนามัย
กองบรรเทาทุกข์
และกองอนุสภากาชาด

พ.ศ.2474 รวมกองโรงพยาบาลเข้ากับกองบรรเทาทุกข์
พ.ศ.2475 รวมกองอนามัยกับกองบรรเทาทุกข์ชื่อว่า กองบรรเทาทุกข์และอนามัย
เป็นผลให้สภากาชาดสยามขณะนั้น มีเพียง 3 กอง คือ
กองบรรเทาทุกข์และอนามัย
กองวิทยาศาสตร์
และกองอนุสภากาชาด
พ.ศ.2515 กองบรรเทาทุกข์และอนามัย มีงานขยายกว้างขวางขึ้น สภากาชาดไทย จึงได้ปรับปรุงรูปแบบการบริหาร โดยยุบเลิกกองบรรเทาทุกข์และอนามัย เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ.2515 แยกเป็น
โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์
โรงพยาบาลสมเด็จ ณ ศรีราชา
และกองบรรเทาทุกข์ โดยกองบรรเทาทุกข์แบ่งส่วนงานเป็น
***แผนกบรรเทาทุกข์
***แผนกสถานีกาชาด
***และแผนกสถานพักฟื้นสวางคนิวาส
พ.ศ.2519 งานในกองบรรเทาทุกข์ มีภารกิจในด้านธุรการมากขึ้น จึงได้เพิ่มแผนกธุรการ ขึ้นอีกแผนกหนึ่ง เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2519
พ.ศ.2528 เพื่อความเหมาะสมกับปริมาณงาน และให้ครอบคลุมภารกิจที่ต้อง รับผิดชอบ จึงได้มีการปรับโครงสร้างเพิ่ม แผนกยาและเวชภัณฑ์ เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2528
พ.ศ.2530 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี อุปนายิกาผู้อำนวยการ สภากาชาดไทย ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า เสด็จพระราชดำเนิน เป็นองค์ประธานในพิธีเปิดอาคารสำนักงานใหม่ กองบรรเทาทุกข์ เป็นอาคาร 6 ชั้น ซึ่งตั้งอยู่ในสถานเสาวภา เลขที่ 1871 ถ.อังรีดูนังต์ อ.ปทุมวัน กทม.10330 อย่างเป็นทางการ
พ.ศ.2540 ได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับสภากาชาดไทย ว่าด้วยกิจการของสภากาชาดไทย ให้เหมาะ สม โดยเปลี่ยนชื่อเป็น สำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ โดยมีกิจการในสำนักงาน เป็น
***ฝ่ายบริหารงานทั่วไป
***ฝ่ายบรรเทาทุกข์
***ฝ่ายสถานีกาชาด
***ฝ่ายยาและเวชภัณฑ์
***และ สถานพักฟื้นสวางคนิวาส
พ.ศ.2541 เนื่องจากภารกิจของสถานีกาชาดที่ 10 กว้างขวางขึ้น จึงได้รับการยกฐานะ เทียบเท่าฝ่าย และเปลี่ยนชื่อเป็นสถานีกาชาดหัวหินเฉลิมพระเกียรติ เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2541 อีกทั้ง วันที่ 7 พฤษภาคม ในปีเดียวกันนี้ ได้มีพิธีการเปิดศูนย์จักษุมาตรและแว่นตาสภากาชาดไทย เพื่อให้บริการ ตรวจวัดสายตาประกอบแว่น และให้คำปรึกษาแนะนำผู้ที่มีความผิดปรกติ ทางด้านสายตาอย่างถูกต้องและตามหลักวิชาการในความดูแลของ จักษุแพทย์ จัดจำหน่ายแว่นตาและอุปกรณ์ โดยนำรายได้ส่วนหนึ่ง มาสงเคราะห์ผู้ด้อยโอกาสที่มีปัญหาทางสายตา
พ.ศ.2542 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จพระราชดำเนิน เป็นองค์ประธาน ในพิธีเปิดศูนย์บรรเทาทุกข์ผู้ประสบอุทกภัย ในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา และพระราชทานนามว่า "ศูนย์สภากาชาดไทยเวชพาหน์เฉลิมพระเกียรติ" ตั้งอยู่ที่ริมแม่น้ำน้อย ต.บางจัก อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง เมื่อวันที่ 29 กันยายน พ.ศ.2542 ปัจจุบัน สำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ได้ ปฏิบัติภารกิจบรรเทาความทุกข์ยากเดือดร้อนของผู้ประสบภัยและผู้ด้อยโอกาส ตลอดจนให้บริการประชานามัยพิทักษ์และอบรมปฐมพยาบาลแก่ราษฎรทั่วไป มาเป็นเวลานานถึง 81 ปี ( 23 ธันวาคม 2544) และได้พัฒนาวิธีการเพื่อสอดคล้อง กับการเปลี่ยนแปลงทั้งทางเศรษฐกิจและสังคม



โครงสร้าง



อัตรากำลัง


พลโท นายแพทย์ อำนาจ บาลี
ผู้อำนวยการ
|

เภสัชกรหญิงวันทนีย์ คงสมบูรณ์
รองผู้อำนวยการ
________|________
| |
           
นายแพทย์มาโนช มุกาตี นางสาคร รัตนสิน
ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ฝ่ายบริหาร

อัตรากำลัง 419 อัตรา


หน้าที่ความรับผิดชอบ
ภารกิจหลักของสำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์



1. บรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัยที่ครบวงจรได้อย่างทั่วถึง ทันเหตุการณ์และมีประสิทธิภาพ


โดยยึดหลักมนุษยธรรมและเมตตาธรรม ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย ที่เกิดความสูญเสียแก่ชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สิน อย่างกว้างขวาง และรุนแรง โดยแบ่งการปฏิบัติงานเป็น 3 ระยะ คือ
ระยะก่อนเกิดภัย เป็นระยะเตรียมพร้อมทั้งแผนการปฏิบัติ คู่มือ บุคลากร ยานพาหนะ การสื่อสาร ยา เวชภัณฑ์ และสิ่งของจำเป็น เพื่อบรรเทา ความทุกข์ยากเดือดร้อนของประชาชนได้ทันท่วงที ที่สำคัญคือ การเตรียมความพร้อมรับภัยพิบัติให้แก่ประชาชนและชุมชนเพื่อป้องกัน หรือลดความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น
ระยะเกิดภัย จัดหน่วยออกปฏิบัติงานทันทีตามสถานการณ์ของภัย และความเหมาะสม ตลอดจนให้การสนับสนุนสิ่งของ ยา เวชภัณฑ์ และอื่นๆในการปฏิบัติงานของเหล่ากาชาดและสถานีกาชาดที่เป็น ศูนย์ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยในภาคต่าง ๆ
ระยะหลังเกิดภัย เป็นระยะฟื้นฟูสภาพเพื่อให้ชีวิตผู้ประสบภัยคืนสู่ ปกติสุขโดยเร็ว อาจให้บริการหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ ดูแลฟื้นฟูสภาวะ ทางร่างกายและจิตใจ การประกอบอาชีพ การตามหาสมาชิกในครอบครัว และการรวมตัวของชุมชน

2. งานบรรเทาทุกข์ผู้ด้อยโอกาสและประชาชนในถิ่นทุรกันดารให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี



สำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ตระหนักถึงผู้ด้อยโอกาส ซึ่งนับวันจะเพิ่มมากขึ้นและแผ่ขยายไปทั่วทุกสังคม จึงได้ปฏิบัติงาน ให้ บริการเชิงรุก และพัฒนาวิธีการให้บริการ แก่ผู้ด้อยโอกาสในท้องถิ่นห่างไกล ต่าง ๆ โดยมีโครงการเหมาะสมกับผู้รับบริการ อันได้แก่ การจัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่เฉพาะทาง เช่น
***โครงการจักษุศัลยกรรม
***โครงการหน่วยแพทย์ศัลยกรรม โสต ศอ นาสิก
***โครงการคืนเสียงสู่โสต
***โครงการศัลยกรรมตกแต่งแก้ไขปากแหว่ง เพดานโหว่ และความพิการอื่น
***หน่วยทันตกรรมเคลื่อนที่
***โครงการผู้สูงอายุ
***โครงการแว่นสายตาเพื่อเด็กนักเรียนในชนบท

3.การบริการด้านสุขภาพเพื่อให้ประชาชนมีสุขภาพดี
           

สำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์เน้นการบริการ ประชานามัยพิทักษ์ โดยการบริการประชาชนในเรื่องการรักษาพยาบาล
***อนามัยศึกษา โดยให้บริการสุขศึกษา อบรมและเผยแพร่ความรู้ทั้งในและ นอกสถานที่
***ส่งเสริมสุขภาพ อันได้แก่ งานอนามัยแม่และเด็ก งานวางแผนครอบครัว งานอนามัยโรงเรียน งานโภชนาการในเด็ก และงานเยี่ยมบ้านและชุมชน
*** ป้องกันโรค ได้แก่ บริการให้ภูมิคุ้มกันโรคต่าง ๆ แก่เด็ก และผู้ใหญ่ ทั้งในและนอกสถานที่
***งานรักษาพยาบาล ให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไป และให้การพยาบาล ต่าง ๆ เช่น ทำแผล ฉีดยา บริการชันสูตรโรค เช่น ตรวจโลหิต ตรวจปัสสาวะ เป็นต้น
4. ฝึกอบรมความรู้ด้านภัยพิบัติและความรู้ด้านสุขภาพ



มุ่งให้ประชาชนทั่วไปมีความรู้ในการปฐมพยาบาลเบื้องต้น การดูแล สุขภาพและการบรรเทาทุกข์ เพื่อให้ประชาชน ได้ใช้ความรู้ดังกล่าวในการช่วยเหลือตนเอง และผู้อื่น ตลอดจนเน้นการ ให้ประชาชนมีสุขภาพดี และเน้นมาตรการการป้องกันดีกว่าการเยียวยา ทั้งนี้สำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ได้จัดหลักสูตรต่าง ๆ เพื่อให้เหมาะสมกับประเภทของผู้เข้าอบรม รวมทั้งการอบรมผู้ดูแลคนพิการ ผู้ป่วย เด็กทารก และผู้สูงอายุ


กลับสู่ด้านบน
ประวัติความเป็นมา-- โครงสร้างและอัตรากำลัง -- หน้าที่ความรับผิดชอบ

หมายเหตุ : ข้อมูลในเว็บไซต์นี้จัดทำขึ้นเพื่อเผยแพร่ภาระกิจของสภากาชาดไทย
หากท่านต้องการข้อมูล ที่มีการรับรองเป็นทางการ โปรดติดต่อกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง
ติดต่อเว็บมาสเตอร์ E-mail : webmaster@redcross.or.th
? 2005 สภากาชาดไทย สงวนสิขสิทธิ์